🌏 มุมมองเศรษฐกิจปี 2024 จากทั่วโลก

15 January 2024

แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

การคาดการณ์ประเด็นซับซ้อนอย่างเศรษฐกิจโลกอาจเป็นเรื่องยากลำบาก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญแต่ละสำนักมักจะแตกต่างกัน แต่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในอนาคตไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะคุณจะมีข้อมูลมากขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีมุมมองที่หลากหลาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะย่อยข้อมูลทั้งหมดที่มีด้วยตัวเอง StashAway เลยทำการสรุปและเปรียบเทียบมุมมองเศรษฐกิจประจำปี 2024 ของสถาบันการเงินและธนาคารชั้นนำจากทั่วโลก มาให้นักลงทุนได้รับทราบกัน

📊 การเติบโตทางเศรษฐกิจ

การคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2024 มีความหลากหลายค่อนข้างมาก และอยู่บนพื้นฐานของปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป เราจึงอยากแบ่งมุมมองออกเป็น 2 ประเภท คือ Bull (ตลาดกระทิง) และ Bear (ตลาดหมี) เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจได้ง่ายขึ้น

🐂 ตลาดกระทิง

  • เริ่มกันที่ Goldman Sachs ซึ่งมองภาพเป็นบวกค่อนข้างมาก โดยแรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตทั่วโลก รวมถึงการขยายตัวของรายได้ครัวเรือนที่แท้จริง (รายได้ที่ปรับด้วยเงินเฟ้อแล้ว) โดยเฉพาะในอังกฤษและทวีปยุโรป นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะ Recession มีค่อนข้างน้อยที่ 15% สรุปคือทาง Goldman Sachs คาดว่า GDP โลกจะขยายตัว 2.7% ในปี 2024 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ครั้งที่แล้วเมื่อปี 2023
  • Morgan Stanley ยังคงกังวลเกี่ยวกับการหาจุดสมดุลระหว่างการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและโอกาสในการเกิด Recession ซึ่งอาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ เนื่องจากผู้บริโภคจะเริ่มใช้จ่ายน้อยลง เป็นผลจากตลาดแรงงานที่เริ่มลดความร้อนแรงลง และผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในทวีปเอเชีย พวกเขาเน้นว่าญี่ปุ่นอาจยังเติบโตได้ต่อเนื่อง และ GDP โลกน่าจะขยายตัวได้ที่ 2.8% ในปี 2024 
  • UBS คาดว่าจะมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีนี้ เพราะโลกต้องเผชิญความไม่แน่นอนและความท้าทายในรูปแบบใหม่ โดยคาดการณ์ว่าสหรัฐและทวีปยุโรปอาจเติบโตน้อยลง แม้จะมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถลงจอดแบบ Soft Landing ได้ในปี 2024 ขณะที่จีนจะเข้าสู่ยุคใหม่ที่การเติบโตน้อยลง แต่จะมีคุณภาพมากขึ้น ส่วนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก UBS ยังมีมุมมองค่อนข้างเป็นกลางที่ 2.6% ในปี 2024  

🐻 ตลาดหมี

  • JP Morgan ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกอาจต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงจะเริ่มส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลกไปจนถึงสิ้นปี 2024 ทำให้โอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ Recession ภายในสิ้นปีนี้ สูงถึง 45% โดยการเติบโตของ GDP โลกน่าจะอยู่ที่ 1.9-2.1%
  • BlackRock คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวและมีความผันผวนมากขึ้น โดยสหรัฐจะต้องพยายามหาทางเอาชนะผลกระทบจากเงินเฟ้อให้ได้ ส่วนการเติบโตของทวีปยุโรปจะเผชิญความท้าทายในเรื่อง Supply พลังงาน ขณะที่จีนจะเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคแห่งการเติบโตที่น้อยลง แต่ยั่งยืนมากขึ้น คล้ายกับการวิเคราะห์ของ UBS โดย BlackRock ไม่ได้ประเมินตัวเลขการเติบโตสำหรับปี 2024 แต่ย้ำว่านักลงทุนจะต้องโฟกัสกับปัจจัยแวดล้อมที่อาจผันผวนมากขึ้นในปีนี้

📉 เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

เหตุการณ์สำคัญตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา คือ ความพยายามของธนาคารกลางต่างๆ ในการเอาชนะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ และสำหรับปี 2024 นี้ คำถามสำคัญ คือ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วกว่าคาดหรือไม่? และธนาคารกลางต่างๆ จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร? 

🐂 ตลาดกระทิง

  • Goldman Sachs คาดว่า Core Inflation ของสหรัฐ จะลดลงมาอยู่ที่ 2-2.5% ภายในสิ้นปี ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเป้าหมายของ Fed โดยพวกเขาเชื่อว่าธนาคารกลางหลักของโลกจะไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ยกเว้นธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน ด้วยการยกเลิกนโยบาย Yield Curve Control ในปีนี้
  • Morgan Stanley มีมุมมองที่ซับซ้อนมากกว่า โดยมองว่าแม้เงินเฟ้อโลกจะค่อยๆ ลดความร้อนแรงลง โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว (DM) แต่ธนาคารกลางต่างๆ อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป หรือ ‘Higher for Longer’ เพื่อให้แน่ใจว่าควบคุมเงินเฟ้อได้สำเร็จ พร้อมคาดการณ์คล้ายกับ Goldman Sachs ว่า Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงกลางปีนี้ หากเงินเฟ้อยังลดความร้อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง
  • ขณะที่มุมมองของ UBS ค่อนข้างเป็นกลาง โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะค่อยๆ ลดความร้อนแรงลงสู่ระดับเป้าหมายของ Fed เนื่องจาก Demand ของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง และการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานที่ชะลอตัวลง ซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ลดลงจะนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยลงในที่สุด อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาและปริมาณในการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารต่างๆ อาจแตกต่างกันออกไป

🐻 ตลาดหมี

  • JP Morgan มีมุมมองค่อนข้างเป็นลบ โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะ ‘Higher for Longer’ ต่อไป และอาจเร็วเกินไปที่จะคาดหวังว่าประเทศ DM จะลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็วๆ นี้ เพราะแม้เงินเฟ้อน่าจะค่อยๆ ลดความร้อนแรงลง แต่อาจจะช้ากว่าที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2023
  • BlackRock คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อไปในปีนี้ โดยเน้นย้ำถึงอุปสรรคในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่อาจต้องยอมเจ็บตัวบ้าง ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อน COVID-19 ต่อไปอีกสักระยะ ทำให้เศรษฐกิจและตลาดอาจจำเป็นต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่นี้ แทนที่จะยึดอยู่กับกลยุทธ์ตามวัฏจักรแบบเดิม

Stay Invested ต่อไปในปี 2024

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของมุมมองเศรษฐกิจในปี 2024 แต่อย่าลืมว่ามีความเป็นไปได้เสมอที่จะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หรือสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว คือ การ Stay Invested ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยเลือกลงทุนในพอร์ตที่มีการกระจายการลงทุนที่ดีในภูมิภาคและกลุ่มธุรกิจต่างๆ (อย่าง General Investing ของเรา 😎)

ทั้งนี้ คุณสามารถอ่านมุมมองเศรษฐกิจปี 2024 ของ StashAway ได้ใน CIO Insights เดือน ธ.ค. และอย่าลืมติดตามการเจาะลึกธีมลงทุนสำหรับปี 2024 ใน CIO Insights เดือน ม.ค. นี้


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ