Weekly Buzz: 💰 อภิมหาเศรษฐีลงทุนอะไรบ้างตอนนี้?

04 October 2024

แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

คุณเคยสงสัยไหมว่าบรรดาอภิมหาเศรษฐีบริหารเงินของพวกเขาอย่างไร? Weekly Buzz สัปดาห์นี้จะเผยผลสำรวจ Global Family Office ของ Citi Private Bank ที่จะทำให้คุณเห็นเบื้องหลังการลงทุนของคนที่มีเงินมหาศาล รวมถึงมุมมองของผู้จัดการทรัพย์สินของพวกเขาที่มีต่อตลาดในปัจจุบัน

ผลสำรวจบอกอะไรบ้าง?

ดูเหมือนว่า Family Office หรือบริษัทจัดการทรัพย์สินของตระกูลอภิมหาเศรษฐี จะมีความมั่นใจว่าจะทำผลตอบแทนได้ดีในระยะข้างหน้า เพราะราว 97% ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดหวังผลตอบแทนที่เป็นบวกในปีหน้า โดยประมาณ 50% คาดการณ์ผลตอบแทนที่ 5-10% ส่วนอีก 1 ใน 3 คาดการณ์ผลตอบแทนที่ 10-15%

ความเชื่อมั่นเหล่านี้ไม่ได้ปราศจากเหตุผลรองรับ เนื่องจากธนาคารกลางหลักของโลกหลายแห่งสามารถควบคุมปัญหาเงินเฟ้อได้แล้ว จึงกำลังปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ที่สำคัญคือ เศรษฐกิจสหรัฐที่ดูเหมือนว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะ Recession ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หากเศรษฐกิจสหรัฐสามารถลงจอดแบบ ‘Soft Landing’ ได้ ดัชนี S&P 500 มักให้ผลตอบแทนกว่า 10% หลังปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งแรก

ขณะที่ ‘Cash’ อาจไม่ใช่ ‘King’ อีกต่อไป โดย Family Office ได้ย้ายเงินสดไปลงทุนในตราสารหนี้และหุ้น และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งค่อนข้างสมเหตุสมผล เนื่องจากผลตอบแทนของตราสารหนี้ใกล้แตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

นอกจากนี้ 43% ของผู้ตอบแบบสำรวจยังเพิ่มการถือครองหุ้น และอีก 40% เพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน Private Equity ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาคว้าโอกาสเพิ่มสัดส่วนของหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับฐานเมื่อเดือน ส.ค. ส่งผลให้พอร์ตโดยรวมของพวกเขามีสัดส่วนตามตารางด้านล่าง

Key Takeaway

ผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของหลักการที่นักลงทุนทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ คือ ‘อย่าปล่อยให้เงินสดของคุณนอนอยู่เฉยๆ’ โดยบรรดาอภิมหาเศรษฐีจะให้เงินของพวกเขาทำงาน ด้วยการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าการถือเงินสด ซึ่งหากคุณต้องการมีพอร์ตที่มีการกระจายการลงทุนที่ดี พอร์ต General Investing ของเราอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะมีการกระจายการลงทุนที่ดีในหลากหลายสินทรัพย์ กลุ่มธุรกิจและภูมิภาค ที่สำคัญ ยังมีการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ให้เหมาะสมภับภาวะเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติด้วย

📰 ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: จีนออกหมัดชุดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันอังคารที่แล้ว (24 ก.ย.) ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายทางการเงินชุดใหม่ รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ย แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งไม่คิดว่ามาตรการเหล่านี้จะเพียงพอ โดยบางรายเชื่อว่ารัฐบาลจำเป็นต้องออกนโยบายการคลังสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การแจกเงินสด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ไม่กี่วันต่อมา รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อร่วมมือกับ PBOC ในการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน ซึ่งสาเหตุที่ทางการจีนจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนเช่นนี้ อาจเป็นเพราะข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนอาจไม่บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ 5% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการเช่นนี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Politburo ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้พุ่งเป้าไปที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนโดยตรง แม้ว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะเริ่มมีปัญหามาตั้งแต่ปี 2020 และเป็นหนึ่งในปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดของจีนมาหลายปีแล้วก็ตาม ซึ่งตลาดก็ตอบรับในเชิงบวก โดยดัชนีหลักของจีนอย่าง Shanghai Composite Index ได้ปรับตัวขึ้นราว 20% แล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize

📖 รอบรู้เรื่องลงทุน: Cash is King 

คำพูดที่ว่า “Cash is King” หรือ “เงินสดคือพระราชา” เป็นที่นิยมในแวดวงการเงินมาหลายทศวรรษ เชื่อกันว่ามีที่มาในช่วงทศวรรษ 1980 และเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายหลังจากเกิดวิกฤตตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อปี 1987

เงินสดถือเป็น ‘ราชา’ ทางการเงิน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง และยังถูกมองเป็น Safe-haven เพราะมูลค่าไม่ผันผวนเหมือนหุ้นหรือตราสารหนี้ นอกจากนี้ การมีเงินสดในมือยังช่วยให้นักลงทุนสามารถคว้าโอกาสในการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง

อย่างไรก็ตาม เงินสดอาจไม่ใช่พระราชาเสมอไป เพราะในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยต่ำหรือในช่วงที่เงินเฟ้อสูง การถือครองเงินสดมากเกินไปอาจนำไปสู่การพลาดโอกาสหรืออาจทำให้สูญเสียอำนาจซื้อได้


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ