Weekly Buzz: 🔮 เศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไรในปี 2025?

แม้จะมีความกังวลเรื่อง Recession แต่เศรษฐกิจโลกปี 2024 กลับแสดงความทนทานได้อย่างน่าประทับใจ โดยธนาคารกลางส่วนใหญ่สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอย ตลาดหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้หลายครั้ง ขณะที่ เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง แล้วอะไรกำลังรอเราอยู่ในปี 2025?
สรุปสั้นๆ สำหรับปี 2025
Goldman Sachs ยังคงมองโลกในแง่ดีสำหรับปี 2025 โดย คาดการณ์ว่า GDP โลกจะเติบโต 2.7% ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg เล็กน้อย ขณะที่ เศรษฐกิจสหรัฐน่าจะเติบโตที่ 2.5% และมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2.4% รวมถึงคาดการณ์ว่า Fed จะค่อยๆ ลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 3.25-3.5%
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ครั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐจะถูกบังคับใช้เฉพาะกับจีนและการนำเข้ารถยนต์เท่านั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เบากว่าการเก็บภาษีแบบเหมารวมที่อาจชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดย Goldman Sachs คาดว่าการเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทอาจทำให้เงินเฟ้อในสหรัฐกลับไปอยู่ที่ระดับ 3% และฉุดรั้ง GDP ได้มากถึง 1% นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายควบคุมผู้อพยพในสหรัฐที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

ตัวแปรสำคัญที่ช่วยสนับสนุนมุมมองเศรษฐกิจเชิงบวก คือ ความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี AI แม้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา AI จะถูกใช้งานในระดับบุคคล เช่น การเขียนจดหมาย แต่ปี 2025 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ AI ไปใช้ในภาคธุรกิจอย่างแพร่หลาย (รอติดตามได้ใน 2025 Macro Outlook ของเราสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเจาะลึกปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดโลกในปีนี้และปีต่อๆ ไป)
Key Takeaway
แม้จะมีสัญญาณบ่งชี้ว่าปีนี้อาจเป็นปีที่ดีสำหรับนักลงทุน แต่หากเราเรียนรู้จากอดีต นับตั้งแต่ความคึกคักในปี 2021 ไปจนถึงการซบเซาในปี 2022 และการฟื้นตัวในปี 2023 สิ่งที่เราได้เรียนรู้ คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันมักเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด นี่คือเหตุผลว่าทำไมการมีพอร์ตที่มีการกระจายการลงทุนที่ดีในหลากหลายสินทรัพย์ กลุ่มธุรกิจและภูมิภาคถึงมีความสำคัญ (เช่น พอร์ต General Investing ของเรา😎) โดยการกระจายการลงทุนอาจฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่กลยุทธ์นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการเงินระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเจอความผันผวนรูปแบบไหนก็ตาม
📰 ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เศรษฐกิจสหรัฐ เติบโตท่ามกลาง Noise ทางการเมือง
เศรษฐกิจสหรัฐยังคงรักษา Momentum ไว้ได้จนถึงช่วงท้ายปี 2024 โดยตัวเลข GDP ใน Q3 ถูกปรับขึ้นเป็น 3.1% โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 ที่ 3.7% ขณะที่ การจ้างงานโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง แต่การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ว่างงานที่ยื่นขอรับสวัสดิการต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims) อาจเป็นการบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มมีการชะลอตัวลง

ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง แต่บรรดานักการเมืองในกรุงวอชิงตันกลับให้ความสำคัญกับการเล่นเกมชิงอำนาจ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาคองเกรสสามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐ (Government Shutdown) ไปได้อย่างฉิวเฉียดด้วยการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณในนาทีสุดท้าย แม้ว่า Donald Trump ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ จะเรียกร้องให้ขยายเพดานหนี้ออกไปอีก 5 ปี ท่ามกลางความขัดแย้งภายในพรรค Republican เอง
ความแตกต่างระหว่างสถานการณ์ใน Wall Street และกรุงวอชิงตันเป็นการแสดงให้เห็นหลักการที่สำคัญในโลกการลงทุน เพราะแม้ความขัดแย้งทางการเมืองจะสร้างความผันผวนระยะสั้นในตลาด แต่ส่วนใหญ่แล้วเหตุการณ์เหล่านี้มักเป็นเพียงข่าวครึกโครม มากกว่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยในระยะยาว ตลาดยังให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน เช่น การใช้จ่ายของผู้บริโภคและแนวโน้มการจ้างงาน มากกว่าความขัดแย้งทางการเมืองเพียงชั่วคราว
🎓 Simply Finance: GDP

Gross Domestic Product (GDP) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ เป็นตัวชี้วัดมูลค่ารวมของสินค้าและบริการทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศในช่วงเวลาที่กำหนด โดยปกติจะคิดเป็นรายปี ให้ลองนึกถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภทที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรถยนต์ไปจนถึงบริการตัดผม โดย GDP ที่สูงขึ้นแสดงถึงการผลิตสินค้าและบริการที่มากขึ้น ตำแหน่งงานที่มากขึ้น และโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดหลักของความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศนั่นเอง