Weekly Buzz: 🗓️ 3 วิธีเป็นนักลงทุนที่ดีขึ้นในปี 2024

12 January 2024

แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปีใหม่มักเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอยากริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ และสำหรับนักลงทุน คงเป็นเรื่องปกติที่จะตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน ดังนั้นหากเราเริ่มต้นปีได้ดี หนทางข้างหน้าก็จะดูสดใสมากขึ้น และนี่คือ 3 วิธีที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักลงทุนที่เพียบพร้อมมากขึ้นในปีใหม่นี้

1. ทำความรู้จักสินทรัพย์ใหม่ๆ

ยังมีสินทรัพย์อื่นๆ ที่เราสามารถลงทุนได้นอกจากหุ้น โดยการทำความเข้าใจสินทรัพย์ที่หลากหลายจะทำให้คุณกลายเป็นนักลงทุนที่ดีขึ้นและมีมุมมองที่รอบด้านมากขึ้นในโลกการลงทุน

สินทรัพย์อย่างตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ไม่เพียงแต่ให้โอกาสสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมในพอร์ตลงทุนของคุณด้วย เพราะสินทรัพย์เหล่านี้มักเคลื่อนไหวต่างจากหุ้น ทำให้พอร์ตของคุณมีการกระจายความเสี่ยงที่ดีขึ้นได้

ในปี 2024 คุณอาจลองลงทุนในตราสารหนี้ รวมถึงทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ‘พันธบัตร’ กับ ‘หุ้นกู้’ (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Section ใหม่ของเรา Simply Finance) ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยให้คุณสามารถจัดพอร์ตลงทุนสำหรับปี 2024 ได้ดียิ่งขึ้น

2. ควบคุมอารมณ์ให้ดียิ่งขึ้น

ศัตรูตัวฉกาจของการลงทุนระยะยาวอาจไม่ใช่ตลาดขาลง แต่เป็น ‘อารมณ์’ หรืออคติของตัวเราเอง

FOMO หรือความกลัวว่าจะพลาดโอกาสอาจทำให้คุณตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ที่มีราคาแพงเกินไป ซึ่งจะทำให้คุณได้ผลตอบแทนในอนาคตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น 

ในทางกลับกัน หากคุณกลัวต่อการขาดทุนมากเกินไปในขณะที่ตลาดเผชิญความผันผวนระยะสั้น ความกลัวนั้นอาจทำให้คุณตัดสินใจขายสินทรัพย์ในช่วงเวลาที่แย่ที่สุด เช่น ช่วงที่ตลาดปรับตัวลงอย่างรุนแรง ก่อนที่ตลาดจะฟื้นตัวหลังจากนั้นไม่นาน

แม้ว่ามนุษย์เราจะไม่สามารถขจัดอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างเด็ดขาด แต่คุณสามารถควบคุมมันได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถ Stay Invested ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนระยะยาว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงสนับสนุนแนวคิด Lighthouse สำหรับการลงทุนในปีนี้ เพื่อให้นักลงทุนสามารถวางเป้าหมายทางการเงินที่เป็นไปได้ในระยะยาว โดยยึดเป้าหมายให้เป็นเหมือนแสงไฟจากประภาคาร ที่คอยนำทางคุณไปตลอดเส้นทางการลงทุน

3. สร้างอนาคตที่ดีกว่า

แม้เป้าหมายหลักของการลงทุน คือ การสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง แต่การลงทุนยังสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกของเราได้ด้วย

Ethical Investing หรือการลงทุนอย่างมีจริยธรรม คือ การคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่เราสนใจลงทุน โดยคุณอาจเลือกลงทุนในบริษัทที่ได้มาตรฐานตามที่คุณตั้งไว้ เช่น บริษัทที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม หรือดำเนินงานอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สำหรับ New Year’s Resolution ในปีนี้ คุณอาจมองหาการลงทุนที่สร้างผลกระทบเชิงบวกกับโลกของเรา โดยอาจเริ่มต้นด้วยธีม Environment and Cleantech หรือ Healthcare Innovation ใน Thematic Portfolio ของเรา 

📰 ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เงินเฟ้อยุโรปยังยืดเยื้อ

ความร้อนแรงของเงินเฟ้อจะยังเป็นปัจจัยหลักต่อสภาวะตลาดในปีนี้ ซึ่งข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดจากเยอรมนีและฝรั่งเศส อาจทำให้ทวีปยุโรปต้องออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 2023 แสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าและบริการใน 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในทวีปยุโรป พุ่งสูงขึ้น 3.7% YoY และยังปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า  

สำหรับเยอรมนีอาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะเมื่อเดือน ธ.ค. 2022 รัฐบาลเคยออกมาตรการชั่วคราวเพื่อสนับสนุนราคาก๊าซหุงต้ม ซึ่งช่วยให้เงินเฟ้อในขณะนั้นลดความร้อนแรงลง และส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน ธ.ค. 2023 พุ่งสูงขึ้น YoY

เนื่องจากเยอรมนีและฝรั่งเศสมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ทำให้นักลงทุนต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ของทั้ง 2 ประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะความสำเร็จหรือความล้มเหลวของทั้งคู่มักส่งผลกระทบต่อทั้งทวีปยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดจะทำให้นักลงทุนผิดหวัง แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่าเงินเฟ้อในยุโรปและสหรัฐจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่คาดคิดเพียงแค่ครั้งเดียวอาจทำให้เงินเฟ้อกลับไปพุ่งสูงขึ้น และหากเงินเฟ้อยังยืดเยื้อ ธนาคารกลางต่างๆ อาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีนักสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize

🎓Simply Finance: พันธบัตร กับ หุ้นกู้

เมื่อคุณซื้อหุ้นกู้ คุณจะกลายเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทนั้นๆ เช่นเดียวกันเมื่อคุณซื้อพันธบัตร คุณก็จะกลายเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาลดังกล่าว โดยตราสารหนี้ทั้ง 2 ประเภทนี้ ผู้กู้สัญญาว่าจะจ่ายเงินคืนคุณเมื่อครบกำหนดพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือ พันธบัตรมักจะปลอดภัยกว่า เพราะรัฐบาลสามารถบริหารนโยบายการเงินและเก็บภาษีเพิ่มได้ จึงทำให้ความสามารถในการชำระหนี้สูงกว่า ขณะที่หุ้นกู้มักมีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะความสามารถในการชำระหนี้ จะขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินและผลประกอบการของแต่ละบริษัท ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดด้วยเช่นกัน ทำให้โดยทั่วไปหุ้นกู้มักให้ Yield สูงกว่า เพราะมีความเสี่ยงมากกว่า ดังนั้นการเลือกลงทุนระหว่างตราสารหนี้ทั้ง 2 ประเภทจึงขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณสามารถยอมรับได้


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ