Weekly Buzz: 📈 ทำไม? ตลาดปี 2023 ถึงดีกว่าคาด
เศรษฐกิจโลกยังเติบโตต่อไปได้ในปี 2023 ที่ผ่านมา และปัจจัยอะไรที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้หุ้นและตราสารหนี้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีเกินคาด?

สำรวจอดีตก่อนจะมองอนาคต
ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากไม่ได้มองว่าปี 2023 จะเป็นปีที่ดี เพราะคาดกันว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Recession และปัญหา Supply Chain ยังทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น จนธนาคารกลางต่างๆ ต้องชะลอความร้อนแรงของเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ ตลาดหุ้นน่าจะปรับตัวลดลงในปีที่ผ่านมา แต่กลับกัน ดัชนีต่างๆ ในทวีปยุโรปและสหรัฐกลับปรับตัวขึ้นไปใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ

ขณะที่หุ้นกู้เอกชนของสหรัฐและทองคำยังสร้างผลตอบแทนได้ราว 10% รวมถึงบิทคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงราว 150%
ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจยังเติบโตต่อไปได้
สาเหตุที่เศรษฐกิจโลกยังทนทานต่อปัจจัยลบดังกล่าวได้มาจากแรงขับเคลื่อนสำคัญไม่กี่ประการ ได้แก่ ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ, ผู้บริโภคอเมริกันยังมีเงินเก็บเหลือจากช่วง COVID-19, ภาคเอกชนได้ทำสัญญากู้ยืมระยะยาวตั้งแต่ช่วง COVID-19 และรัฐบาลประเทศต่างๆ ยังทุ่มเงินมหาศาลเพื่อออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
สถานการณ์ในระบบ Supply Chain ที่ดีขึ้น รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวลดลง ยังช่วยให้เงินเฟ้อลดความร้อนแรงลงมาอยู่ใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของ Fed มากขึ้น และอีกสาเหตุที่ทำให้หุ้นทำผลตอบแทนได้ดีกว่าคาด อาจเป็นเพราะกระแส AI ที่ช่วยให้หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง
ปัจจุบัน ในขณะที่เงินเฟ้อเริ่มลดลง ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ สามารถคงอัตราดอกเบี้ย หรืออาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ในปีนี้ อาจมีส่วนช่วยให้ตลาดปรับตัวสูงขึ้นได้

แม้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังอยู่สูงกว่าช่วง 2-3 ปีก่อนมาก แต่สาเหตุที่หุ้นยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลในเวลานี้ อาจเป็นเพราะการบริหารต้นทุน (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ศัพท์โลกการลงทุน) อย่างมีประสิทธิภาพของภาคเอกชน โดยบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญอาจผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นให้ผู้บริโภคเพื่อรักษาผลกำไรของตัวเอง ทำให้หุ้นของพวกเขายังน่าสนใจ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
เรื่องนี้ส่งผลต่อนักลงทุนอย่างไร?
นักลงทุนจำนวนมากคาดหวังว่าหุ้นจะปรับตัวขึ้นในปี 2022 และจะลดลงอย่างรุนแรงในปี 2023 ซึ่งผลปรากฏว่าผิดทั้งคู่ ดังนั้นบทเรียนที่เราได้จากเหตุการณ์เหล่านี้ คือ การคาดเดาตลาดเป็นเรื่องที่ยากมาก และการให้ความสำคัญกับทิศทางของตลาดในระยะสั้นมากจนเกินไปอาจไม่ใช่วิธีที่ดีนักสำหรับความสำเร็จของการลงทุนในระยะยาว
การลงทุนด้วยการมองภาพระยะยาวเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเองยังเป็นวิธีที่ดีกว่า หากคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตในระยะยาว (ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากการขยายตัวของประชากรและ Productivity ที่ดีขึ้น ทำให้กำไรของบริษัทน่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย) ดังนั้นการ Stay Invested ในพอร์ตที่มีการกระจายการลงทุนที่ดี (อย่าง General Investing ของเรา 😎) ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize
🎓ศัพท์โลกการลงทุน: การบริหารต้นทุน

Cost Management หรือการบริหารต้นทุน คือวิธีที่บริษัทต่างๆ มักนำมาใช้ควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มผลกำไรให้ได้มากที่สุด เช่น ควบคุมต้นทุนของวัตถุดิบในการผลิตสินค้าหรือค่าจ้างแรงงาน โดยสามารถทำได้หลากหลายวิธี นับตั้งแต่การหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไปจนถึงการเจรจากับ Supplier เพื่อขอลดราคาวัตถุดิบ
การบริหารต้นทุนมีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทมีสุขภาพทางการเงินและผลกำไรที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องลดคุณภาพของสินค้าหรือบริการ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือการหาจุดสมดุลระหว่างการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและการลงทุนอย่างชาญฉลาดนั่นเอง